เทคนิควิธีการเลือกซื้อป้ายไฟวิ่งที่ร้านทำป้ายไฟไม่เคยบอก!


ร้านทำป้ายไฟ

การเลือกซื้อป้ายไฟวิ่งนั้น ไม่ได้สักแต่ว่าเอาสวยงาม หรือเน้นคำพูดอย่างเดียวนะ แต่ยังมีปัจจัยอีกหลายปัจจัยเลยที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนการซื้อป้ายไฟวิ่ง ซึ่งบทความนี้เราจึงมีเทคนิควิธีการเลือกซื้อป้ายไฟวิ่งที่ร้านทำป้ายไฟไม่เคยบอกกัน แต่เทคนิควิธีการเลือกซื้อป้ายไฟวิ่งที่ร้านทำป้ายไฟไม่เคยบอกจะมีอะไรบ้างนั้น ต้องตามมาดูกันเลย

เทคนิควิธีการเลือกซื้อป้ายไฟวิ่งที่ร้านทำป้ายไฟไม่เคยบอก!

  • วิธีการเลือกซื้อป้ายไฟวิ่ง : หลอดไฟ ให้ถามเรื่องสเปคหลอดไฟจากผู้ขายก่อนเลย ถามว่าใช้ chip ของประเทศอะไร brand ไหน ถ้าเป็น Epistar, Nichia หรือ Cree คือของดี เพราะผลิตที่ไต้หวัน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา มาตรฐานสากล ใช้กันทั่วโลก ส่วนของจีนที่ลูกค้ามักจะไม่อยากได้ ในความเป็นจริงของจีนดีๆ ก็มีนะ 2-3 brand ที่เหลือขอไม่กล่าวถึงแล้วกัน
  • วิธีการเลือกซื้อป้ายไฟวิ่ง : ความละเอียดของเม็ดไฟ ทางเราขอแนะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับป้ายไฟวิ่งในปัจจุบัน คือ P10 ซึ่งหมายถึงระยะห่างของเม็ดหลอดไฟ LED ทุก 10 มิลลิเมตร มี 1 เม็ดไฟ 1 ตารางเมตรมี 10,000 เม็ด ตัวเลข P ตรงนี้ยิ่งน้อยยิ่งดีเพราะจะยิ่งให้ความชัดมากขึ้นในการมองระยะใกล้ แต่งานป้ายไฟวิ่งทั่วไปใช้ P10 เพียงพอแล้ว
  • วิธีการเลือกซื้อป้ายไฟวิ่ง : ลักษณะเม็ดไฟ แบ่งคร่าวๆ ได้ 2 ประเภท คือ DIP กับ SMD ประเภทแรก DIP คือลักษณะเม็ดไฟที่มี 1 สีต่อ 1 เม็ดไฟ ข้อดีคือความสว่างสูงมาก แต่มุมมองแคบกว่า คือมองเห็นทั้งจากด้านข้าง และด้านบน-ล่างได้องศาน้อยกว่า SMD คือเทคโนโลยีใหม่ที่จะมาแทน DIP ค่าความสว่างต่ำกว่า DIP เล็กน้อย แต่สว่างเพียงพอต่อป้ายไฟวิ่ง และจอโฆษณาในปัจจุบัน เม็ดไฟมีลักษณะเป็นเม็ดเดี่ยว คือมีหลอด 3 สี ในเม็ดไฟเดียว ภาพสวยกว่า มุมมองกว้างกว่าทั้งในแนวราบ และแนวตั้ง สามารถมองกว้างได้ถึง 140 องศา โรงงานในประเทศไทยยังไม่มีไลน์ผลิต SMD ทุกบริษัทในประเทศต้องนำเข้าอะไหล่มาประกอบ
  • วิธีการเลือกซื้อป้ายไฟวิ่ง : การใช้งาน Indoor หรือ Outdoor ลูกค้ามักจะเข้าใจว่างาน Outdoor ราคาสูงกว่า Indoor ความเป็นจริงไม่ใช่นะครับ งาน Indoor แพงกว่า เนื่องจากเป็นการมองจากระยะใกล้ ต้องการความคมชัด จึงต้องใช้ความละเอียดสูง หากวัดกันที่ส่วนแสดงภาพ งาน Indoor ราคาสูงกว่างาน Outdoor แน่นอน แต่ที่โดยรวมงาน Outdoor แพงกว่า เพราะมักจะต้องใช้จอที่ใหญ่กว่า และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโครงสร้างและระบบสายไฟ/สายสัญญาณนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ป้ายไฟวิ่งจะดีหรือไม่ดี ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่ร้านทำป้ายไฟนั้นๆ ด้วย หากคุณเจอร้านทำป้ายไฟดีๆ คุณก็จะได้ป้ายไฟวิ่งที่ดีตามไปด้วยนั่นเอง